home mail me! feed RSS Bugtom.com

Archive for cypher

2007

ปีนี้เวลาช่างผ่านไปเร็วจริงๆ ยังจำช่วงคริสต์มาส - ปีใหม่เมื่อปีที่แล้วได้อยู่เลย
ที่ไปถ่ายรูปไฟคริสต์มาสกันแถวชิดลม และมีอากาศเย็นๆคอยเสริมบรรยากาศ
และปีใหม่ปีที่แล้วที่ออกไปดูหนังกับฮิม พร้อมมีระเบิดลงเจ็ดจุดทั่วกรุง  แต่ก็ยังไม่วายไปเที่ยวกันต่อ ที่ผับเล็กๆ แถวออฟฟิศ

แต่ปีนี้.. ปีนี้ช่างผิดกัน ปีนี้มาติดอยู่คนเดียวที่สิงคโปร และอากาศก็ไม่มีแม้แต่ไอเย็นให้รู้สึกถึงคริสต์มาสเลย ร้อนเหี้ยๆ
เอาหละมาสรุปกันดีกว่าว่า 2007 ที่ผ่านมาชีวิตเราเป็นไงบ้าง

เมื่อครั้งยังเดือนแรกของปี เรายังเฮฮามีความสุขอยู่ในออฟฟิศเก่าที่ทำงานมาครบสี่เดือนพอดี
แต่ดันมีเหตุการณ์ต้องเลือก อันเนื่องจากไอ้เพื่อนซี้ ที่วางแพลนกันมาหลายเดือนก่อนหน้าว่าจะไปเรียนต่อด้วยกัน  กลับเปลี่ยนแพลนว่าจะไปทำงานอีกประเทศนึงดีกว่า ได้ทำงานในสายที่เรียนจบมา และยังได้ฝึกภาษาอีก  ไม่ต้องไปนั่งล้างจาน เสริฟอาหารให้ลืมวิชากันเปล่าๆ

พอเพื่อนมันตัดสินใจได้มันก็ไปแจ้งออฟฟิศว่าจะขอลาออก  และมันจะหยุดเตรียมตัว เตรียมภาษาก่อนไปทำงาน ณ อีกประเทศ..
ไอ้เรา.. ด้วยความติดเพื่อน ก็ตัดสินใจเอาวันสุดท้ายที่มันทำงาน ว่า.. เอาวะ กูตามเพื่อนไปดีกว่า
อารมณ์นั้นมันนอยๆ ยังไงบอกไม่ถูก เพราะอีกใจก็ยังสนุกกับออฟฟิศนั้นอยู่ แต่ก็ไม่รู้เพราะมีเพื่อนอยู่เยอะก็เลยสนุกรึเปล่า.. เพราะสามสี่เดือนให้หลัง เพื่อนๆ ที่ว่า ก็ทยอยๆ ออกตามกันมาหมด

แต่ก็ถือว่าครั้งนั้นตัดสินใจถูกหละที่ตามไอ้เพื่อนซี้ออกมา เพราะจังหวะมันเหมาะเจาะ ออกมาได้สองวันก็ได้งาน ณ สิงคโปรเลย
ได้มาแบบ งงๆ เพราะเรายังไม่ได้เริ่มหาแบบจริงจัง แค่ไปโพสในเวปบอร์ดแห่งหนึ่งไว้ว่า พึ่งเรียนจบและต้องการไปทำงาน ณ ประเทศนี้ มีใครแนะนำได้บ้าง และก็มีเจ้านายคนปัจจุบันนี้หละ ตอบมาว่าเป็นออฟฟิศโมชั่นกราฟฟิคอยู่ ณ ประเทศนี้..
และก็คุยกันมาเรื่อย.. จนเมื่อเราลาออกจากออฟฟิศเก่าเรียบร้อย ทุกอย่างเลยฉับไวขึ้นทันที  โดยเขาขอให้เราไปเริ่มทำงานในอีกสิบวันต่อมา

เอาหละสิครับ..

แต่ขอย้อนไปหน่อยก่อน.. เมื่อครั้งลาออกจากออฟฟิศเก่า เป็นการออกที่ไม่ค่อยดีนัก เพราะไม่ได้บอกล่วงหน้า แค่เอาบัตรผ่านประตู พร้อมจดหมายไปวางบนโต๊ะ ทั่นเทพอาร์ตไดฯ
และเรากังวลใจที่รอทั่นเทพโทรมา เลยโทรไปบอกเขาก่อนให้จบๆ เรื่องไป.. แต่เขาก็ดีมากๆ เขาก็ให้เราหยุดก่อนหนึ่งวันถ้ามีปัญหา แล้วพอดีขึ้นค่อยกลับไปทำงาน แต่เราก็ยืนยันว่าคิดดีแล้ว.. เขาเลยพูดอย่างใจดีราวๆ ว่า กราฟฟิคทุกคนก็มีช่วงตันกันทั้งนั้น ล้มแล้วก็รีบลุกละกัน :)
จนทุกวันนี้เรายังคิดถึงออฟฟิศนี้อยู่เลย ยังอยากกลับไปทำงานนะ แต่เพื่อนที่เคยอยู่ด้วยกันก็ไปหมดแล้ว กลับไปคงไม่เหมือนเดิม แถมเขาจะรับเราอีกรึเปล่าก็ไม่รู้ 555

โอเค อาลัยอาวร พอแล้ว
ตอนนี้กลับมา พูดถึงสิบวันก่อนบินเดี่ยวไปเริ่มงานที่ใหม่กันต่อ
ที่นี่ไม่เคยไป.. เรียนก็พึ่งจบ ประสบการณ์ก็ยังไม่ค่อยมี ภาษาก็โง่ๆ ณ ตอนนั้น   ก็ได้แต่คิดว่า.. เอาวะ ก็มันไม่มีอะไรจะเสียหนิหว่า ลองดูกันสักตั้งละกัน
และก็จัดการเตรียมตัว (อันที่จริง ไม่ค่อยได้เตรียมอะไรหรอกหวะ พูดให้ดูดีไปงั้น 55)

ก็ได้ไอ้เพื่อนซี้ที่ว่าจะมาทำงานด้วยกันหละไกด์ทางให้ เพราะมันเคยมาฝึกงานที่นี่ก่อนแล้ว
มันก็ทั้งปลอบ ทั้งถีบว่าไม่ต้องกลัว คิดทุกอย่างง่ายๆ เดี๋ยวทางมันก็ง่ายเอง
เอาวะ เอาวะ เดี๋ยวอีก สามสี่เดือนมันก็ตามมาแล้ว

แล้วก็ฟิ้ว.. บินไปสิงคโปรโลด
โชคดีที่ลูกของเพื่อนสนิทแม่ มีทำงานอยู่ที่นี่คนนึง  มาถึงเลยมีที่พำนักอาศัย..  เพราะไปอยู่ไอ้โรงแรม backpacker ที่ออฟฟิศเตรียมไว้ให้ คงลำบากน่าดู ของเราก็เยอะด้วย (เริ่มรู้สึกถึงความงกของออฟฟิศ) และค่าเครื่องที่ออฟฟิศจะจัดการให้ สรุปแล้วเขาบอกว่าแพงจัง หาที่ถูกกว่านี้ได้ไหม..
ห่า.. กูเลยต้องบอกไปว่า งั้นไม่เป็นไรผมออกเอง

มาถึงวันสองวันแรก ยังไม่ได้จัดการรวมพอร์ตโฟลิโอสำหรับเอาไปโชว์ออฟฟิศเลย.. เลยต้องจัดการรีบเตรียมพอร์ตแบบเร่งด่วนกัน
วันแรกที่ต้องไปเริ่มงาน มีเวลาว่างนิดหน่อย  จึงเริ่มเดินสำรวจทางกันนิดหน่อย..
เพื่อนซี้มันเคยมาอยู่โรงแรม ระแวกเดียวกับออฟฟิศเราเลย มันเลยแนะนำว่า ถ้าที่อยู่ที่ออฟฟิศหาให้มันไม่ดี ก็มาอยู่ที่โรงแรมนี้ และมันก็เขียนแผนที่อะไรให้..
รู้สึกเหมือนอ่านลายแทง ตามล่าสมบัติเลย 55
ก็เดินตามๆ แผนที่มันและก็ไปเจอโรงแรม และสรุปว่าแผนที่ที่มันเขียนให้ ใช้เป็นแผนที่ไว้เดินไปทำงานที่ออฟฟิศได้ด้วย เพราะออฟฟิศอยู่ถัดจากโรงแรมนั้นแค่ซอยเดียวเอง :)

สัมพาษณ์และเริ่มงาน.. แรกๆ งงชิบหายเลยครับ เจ้านายมีสองคน   ฟังคนนึงออกว่าเขาพูดอะไร แต่อีกคนฟังไม่ออกเลยครับ เขาพูดเร็ว และ เบาชิ้บ
กูก็ยิ่งไม่ได้เตรียมตัวอะไรเรื่องภาษามาก่อนเลยด้วยดิ
แล้วพอ brief งาน หรือคุยกับเพื่อนร่วมงาน แรกๆ งงชิ้บเลยครับ กว่าจะเข้าใจกันได้ - -’
ช่วงแรกๆ ก็งงๆ อย่างที่มันควรจะเป็นน่ะหละ..
แล้วก็เริ่มหาเพื่อน ไปมีทติ้ง เจอคนไทยที่นี่ ไปมีทติ้งของคนญี่ปุ่น รู้จักคนญี่ปุ่น แล้วก็ไปมีทติ้งรู้จักพวกคนเกาหลี
แต่ก็ไม่ค่อยได้อะไรมากมาย.. มีทติ้งมีราวๆ เดือนละครั้ง แต่เราเลิกงานดึกบ้าง ขี้เกียจไปบ้าง เลยไม่ค่อยได้อะไรมากมาย

ผ่านไปสามเดือนแรกอะไรๆ ก็เริ่มเข้าที่เข้าทางละ
ทีนี้ก็เริ่มหาบ้านเช่าเองละ เพราะเพื่อนใกล้จะมาแล้ว ทีแรกจะไปเช่าทั้งยูนิทและแบ่งห้องกับพี่คนไทยคนนึง ไปหาบ้านกันหลายที่มาก แต่ตอนหลังพี่เขาค่อนข้างจะเรื่องมากเกินไปแล้ว เราเลยถอนตัวในขณะที่เขาจ่ายค่ามัดจำห้องไปแล้ว แต่หลังจากเขารู้ว่าเราไม่เอาแล้ว เขาก็ยังไปจ่ายค่าห้องส่วนที่เหลือ กลายเป็นเต็มจำนวน แล้วก็มาเรียกร้องจากเราให้เราช่วยจ่ายเงิน ทั้งๆ ที่เรายังไม่เคยเห็นห้องเลยด้วยซ้ำ จะจ่ายมั้ยหละครับ?
ก็เลยมีปัญหากันเลย แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก

กว่าจะได้ห้อง.. ใช้เวลาไปราวๆ เดือนนึงเลยหละในการหา
ห้องที่ได้นี่.. ค่อนข้างแพงในตอนนั้น.. แต่มันใกล้ที่ทำงานมาก เดินไปทำงานได้เลย แถมอยู่ใกล้รถไฟฟ้ามากๆ ด้วย แค่ไม่กี่ก้าวเอง แถมด้านล่างก็เป็น KFC มันดูเจ๋งดี แถมอยู่ใกล้เมืองมากๆ เท่าที่ดูห้องมาหลายสิบห้อง กูว่านี่หละโอแล้ว แต่หลังจากโทรไปคอนเฟริมกับเพื่อน.. มันก็ไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไร เพราะค่อนข้างแพง แถมไม่ใช่คอนโดอีก..
แต่สุดท้ายก็เอา เพราะถ้าช้า คนอื่นก็จะเอาไปก่อนน่ะ

และแล้ว เงินที่เก็บออมมาสามเดือนสี่เดือน ก็หมดไปกับค่ามัดจำห้อง ค่าเช่าห้อง ค่าเอเจนท์หาบ้านนี่หละ

หลังจากย้ายเข้ามาห้องใหม่ รู้สึกสบายขึ้นเยอะเลย ตื่นสายได้ เดินไปทำงานอีกต่างหาก ใกล้ได้ใจดีจริงๆ :)
เมื่อก่อนกลับไปห้องแล้วพี่ที่อยู่ด้วยเขานอนเร็ว ก็ต้องนอนเร็วตามเขา แต่เดี๋ยวนี้นอนดึก นอนเช้าได้ตามสันดานเลย ^___^
หลังจากได้ห้อง แม่ก็มาเที่ยวหาที่นี่.. แต่ไม่ค่อยได้พาไปไหนเยอะเท่าไร เพราะดันมาไม่ตรงวันเสาร์ อาทิตย์เลย วันธรรมดาต้องทำงานน่ะ
และแล้วก็ถึงวันที่รอคอย.. เพื่อนมาแว้วว มันบินมาหางาน - สัมพาษณ์กันสดๆเลย ออฟฟิศที่วางๆ ไว้ว่าอยากเข้าไปทำ ก็.. อืม.. สรุปว่า ออฟฟิศที่ได้งานดันเป็นออฟฟิศที่ไม่ได้อยู่ในโผที่เตรียมไว้มาก่อน
แต่ก็เจ๋งเลย เดี๋ยวมันก็จะมาทำงานแว้ววว เย่ว
กลับไทยครั้งแรก.. หลังจากเพื่อนมาถึงเราก็กลับเลย.. คือไอ้ออฟฟิศมันทำให้แผลนเปลี่ยนหมด.. ทีแรกว่าจะกลับไปแล้วมาพร้อมเพื่อนเลย
ดันกลายเป็นเพื่อนมาแล้วเราค่อยไป แล้วต้องปล่อยมันไว้คนเดียวอีก  ช่วงนี้เป็นช๊อทแรกที่เริ่มเซ็งออฟฟิศนี้
มันให้เราเลื่อนเที่ยวบินเพราะมีงานด่วน พอเลื่อนแล้วมันดันเสือกบอกว่างานด่วนนั้นยกเลิก ดีมั้ยหละครับ

พอเพื่อนมา ทุกอย่างก็ดีหละ ไม่เหงาแล้ว
แต่ช่วงแรกๆ ทั้งเรา ทั้งมันก็เลิกงานกันดึกๆ ไม่ค่อยได้ไปไหนกันเท่าไร ประกอบกับเพื่อนมันดวงเฮงมีฟรีแลนซ์ให้ทำด้วย
โชคดีมาก ที่ห้องที่เช่า.. อยู่ใกล้ทั้งออฟฟิศเรา และ ออฟฟิศเพื่อนเลย ก็เลยแฮปปี้กับห้องดี..
จน.. ห้องนอนอีกห้องที่อยู่ในยูนิทเดียวกัน.. เขาดันมาเสียชีวิตซะนี่.. คงจะไม่สบายน่ะครับ แต่เล่นเอาผมและเพื่อนหลอนไปหลายอาทิตย์เลย

หลังเขาเสียวันแรกก็หยุดงานไปทำบุญให้เขาก่อนเลย
และในอาทิตย์แรกที่เขาเสีย เพื่อนมันดันต้องไปทำงานที่ KL ไม่อยู่ ราวๆ สองสามคืน.. ผมก็.. หลอนดิครับ
สดๆร้อนๆ ขนาดนี้.. เพื่อนมันก็บอกให้หยุดงานไปกับมันด้วยเลย ไม่ต้องอยู่คนเดียวหรอก แต่ช่วงนั้นไปไม่ได้จริงๆ มีงานเร่งที่ออฟฟิศ (นี่ช๊อทสองที่ทำให้เซง) ก็เลยต้องนอนหลอนคนเดียวไปสองสามคืน

พอผ่านไปเดือนนึง ก็เริ่มหายกลัวละ
พอมีคนเช่ามาใหม่เข้ามาอยู่แทน ทุกอย่างก็กลับมาโอเคเหมือนเดิมแล้ว.. คนเช่าใหม่เฟรนด์ลี่ดี  ทำให้ลืมๆ เรื่องผีๆ ลงไปได้

ผ่านมาสักระยะเพื่อนมันก็มีแฟน.. มันเลยมีเวลาให้น้อยลง.. เราก็อยู่คนเดียวมากขึ้น..
จนมาถึงปลายปี.. ออฟฟิศเราย้ายที่ตั้ง จากที่เราเคยเดินไปทำงานได้ ก็ต้องนั่งรถเมล์ไปทำงาน และที่ตั้งใหม่ดันไปอยู่ซะไกล มาก แค่จากป้ายรถเมล์ยังเดินกันยี่สิบนาทีได้…
ซวยจริงๆ กู.. ประกอบกับ ออฟฟิศนี้มันหลอกว่ามันเป็นบริษัทโมชั่นกราฟฟิค.. แต่พอมาทำจริงๆ มันดันกลายเป็นบริษัททำเวปไป..
หลอกกูมานั่งทำเวปมาเกือบปี - -’
งานโมชั่นมันก็มีนะ.. แต่มีตอนช่วงแรกๆ ช่วงนี้งานโมชั่นมันเงียบหายไปเลย
เพื่อนมันก็บอกให้ออกเถอะ แล้วไปหางานโมชั่นที่อยากทำดีกว่า..
แต่เราก็กลัวๆนะ เพราะ พอร์ตเราไม่มีโมชั่นเพิ่มขึ้นเลย แถมภาษาก็เหมือนจะแย่ลง และหลังจากหลวมตัวทำเวปมาหลายเดือน ทำให้ไม่ค่อยมั่นใจไปเลย
แต่เดี๋ยวต้องรอดูว่าถ้าครบหนึ่งปี เราจะออก หรือว่าจะ อยู่ต่อดี..

ถ้าออกต้องเริ่มทำพอร์ตเพิ่มได้แล้ว เพราะจบมาปีกว่าแล้ว งานโมชั่นมีเท่าเดิม มันถือว่าน้อยแล้วหละ

เดือนธันวาคม.. เมื่อปีที่แล้ว อบอวนไปด้วยความเย็น ส่งให้มีบรรยากาศคริสต์มาสทั้งเดือน แต่ปีนี้ ที่สิงคโปร มันโคดร้อน และไม่รู้สึกถึงวันหยุดเอาซะเลย..
ผิดแผลนไปหมด เพราะงานรับปริญญาที่รังสิต.. ที่ปกติมันจะจัดตอนปลายเดือนธันวาคม ปีนี้ดันเปลี่ยนเป็นกลางเดือน
เราก็กลับไปงานรับปริญญารุ่นน้อง.. เพราะมีคนนึงเขารับเสร็จแล้วจะไปเรียนต่อต่างประเทศจะไม่ได้เจออีกนาน..
ลางานไปอาทิตย์นึงแล้วหนิ จะให้ลาต่อช่วงคริสต์มาสปีใหม่อีก คงไม่ได้ เพราะมันจะลาเยอะไป..

สรุปว่า เราลาไปกลางเดือน พอกลับมา เพื่อนก็ไปเที่ยวกับแฟนมัน ฮ่องกง แล้วก็ไปกรุงเทพ เราก็อดไป ต้องมาติดแหงก ปีใหม่ไม่ได้ไปไหนอยู่ที่นี่.. เพื่อนก็ไม่มี
สุดจะเซงเลย
โบนัสที่ออฟฟิศมันบอกจะให้หนึ่งเดือนอย่างเป็นมาตรฐาน และ เพิ่มขึ้นอีกเท่าไรขึ้นอยู่กับ perfomance สรุปเอาเข้าจริงๆ ไอ้หนึ่งเดือนพิเศษที่ว่าไม่เห็นจะได้ ที่ได้มา ได้แค่ไม่ถึงหนึ่งเดือนด้วยซ้ำ.. (นี่ก็อีกช๊อทที่เซง)

อยู่นี่เกือบปี ยังไม่ได้เริ่มเก็บเงินเลย ก็กะว่าจะเริ่มจากไอ้โบนัสที่ได้มานี่หละ มัวแต่กลับไทยบ่อยๆมั้ง (กลับไปสามรอบ) กลับไปทีใช้เงินเยอะ..
แต่ก็งงนะ เพราะกลับไปที เราก็ใช้เงินที่บัญชีที่ไทย แต่ทำไม เงินที่นี่ก็ยังไม่มีเก็บก็ไม่รู้ - -’
ที่กะว่า สิ้นปีจะเก็บทุนคืนทีใช้ไปก่อนมา ก็ยังไม่ได้ แถมเงินในบัญชีไทยก็ใช้ซะเกือบไม่เหลือแล้ว เงินในบัญชีที่นี่ก็ยังไม่ได้เริ่มเก็บด้วย
โอ้.. ไอ้ต้อมเมิง….

ช่วงปีที่ผ่านมา เป็นช่วงที่อะไรดีๆ เกิดขึ้นกับเราเยอะ.. ยังกลัวๆ อยู่ว่าปีต่อไปนี้มันจะยังดีอยู่รึเปล่า.. เพราะเหมือนมีลางอะไรบางอย่างที่กำลังจะบอกว่ามันกำลังจะหมดแล้วหรืออะไรสักอย่าง

ลองนึกดูว่า ถ้ามีนาคมปีหน้า เราไม่ต่อสัญญาและดันหางานใหม่ไม่ได้ เงินเก็บก็ยังไม่มี.. คงจะถึงคราวต้องเครียดกันแล้วหละ

เอาวะ เป็นไงก็เป็น ลองดูกัน
แต่งานปีใหม่ที่นี่ไม่สนุกเลย.. สู้เมืองไทยไม่ได้ ที่นี่มีแค่จุดพลุแค่นั้นเลย.. คนแม่งก็เยอะเกิ้น.. เลิกงานที กูต้องเดินโคดไกล.. เกือบจะถึงบ้านอยู่ละ กว่าจะหารถได้

ขอให้ปี 2008 นี้ความโชคดี ความสุข และอะไรดีๆ ยังอยู่กับมึงละกันหวะไอ้ต้อม แล้วมาดูกันว่าจะเป็นยังไง :)

Happy Birthday 24!

coming back home

1 2 3
· Next entries »