1. thedailytask:

    141019#

     
  2. hplyrikz:

    Clear your mind here

    (via hplyrikz)

     
  3. Adobe Shows Off the Mind-Blowing Future of Photoshop

    These days Adobe is expanding its Creative Cloud offering with the new cloud based Photoshop software, which is on its beta testing stage right now. But, the company is not limiting itself to cloud and desktop software. In a recent video post, Adobe demonstrated some of the future possibilities for its creative applications Photoshop, Illustrator, and Premiere, when used on various professional devices.

    Through Adobe Creative Cloud, users are able to access the applications across smartphones, tablets, laptops and desktops, making the creative process seamless and intuitive. While some of the techniques shown in the video are very far from being released to the public, it’s still a good showcase of the exciting possibilities that could result from this partnership.

    http://www.igyaan.in/86699/adobe-future-photoshop

     
     
  4. 😁🍺👌 (at Sumiya Charcoal Grill Izakaya)

     
  5. Good to be back and good to see everyone :D (at Sumiya Charcoal Grill Izakaya)

     
  6. Good place, good friend. 🏤🍴🍔😛
    @callmedouble_h (at Potato Head Folk)

     
  7. @callmedouble_h
    no 53A tonight. Only good fellas. 😁🍻 (at Timbre)

     

  8.  
  9. iPhone6 is here 📱😁

     
  10. ได้เวลาพเนจรอีกครั้ง หวิวๆชอบกลรอบนี้ ฮึด ฮึด ✌

     
  11. เก็บห้องอยู่แล้วเจอเล่มนี้ 🔘👶

     
  12. วันเสาร์ ชิลแถวบ้าน @parkpuphat @sobetion (at Hot Chilli@Sammakorn)

     
  13. :)

     

  14. IMG_20140705_210630

    จริงๆตอนแรกก็ไม่อยากจะเล่าว่าทำยังไงเพราะรู้ตัวดีว่าเล่าอะไรไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่จำได้ว่าตอนไปหาข้อมูลครั้งแรกวุ่นวายมากๆ และ บนหน้าเว็บของรัฐบาลหรือของที่คนอื่นเขียนก็งงๆ เลยเป็นแรงบัลดาลใจให้เขียน แต่ก่อนอื่นผมต้องออกตัวประมาณ 2-3 เรื่องก่อนนะครับ
    – process ส่วนใหญ่ ผมมีหุ้นส่วนที่เป็นคนสิงคโปร์คอยช่วยอยู่ ทำให้บางขั้นตอนผมไม่ได้ทำด้วยตัวเองทั้งหมด
    – สิ่งที่ผมเล่ามาจากขั้นตอนที่ผมทำ ซึ่งอาจจะไม่ครอบคลุม วิธี หรือรูปแบบอื่นๆ หรืออาจจะผิดแปลกจากคนอื่นบ้าง

    Singpass

    ก่อนจะไปเริ่มเรื่องอื่นผมขอพูดถึง Singpass ก่อนเพราะว่าสำคัญมากๆ Singpass เป็น ระบบ username ของประเทศสิงค์โปร์ที่สามารถใช้ทำสิ่งต่างๆทางราชการของประเทศได้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นจดทะเบียนบริษัท ยื่น EP หรือ โพสงานใน Jobbank หลักๆเอาเป็นว่าถ้าสมมติคุณจะไปยื่นเอกสารราชการผ่าน online คุณต้องมีมันก่อน ส่วนคนที่จะมี Singpass ได้ ถ้าจำไม่ผิดจะต้องเป็นคนสิงคโปร์ หรือ คนที่ถือ Pass ทำงานเท่านั้น เพราะฉะนั้นอันนี้สำคัญมากๆ ใครอยากรู้เพิ่มเติมหาอ่านได้ที่นี่ครับ https://www.singpass.gov.sg/

    จดทะเบียนบริษัท

    การจดทะเบียนบริษัทใน สิงคโปร์มีได้หลายรูปแบบมากๆและยืดหยุ่นสำหรับริษัทต่างชาติมากๆ เราสามารถถือหุ้นเท่าไหร่ก็ได้ หรือจะ 100% เลยก็ได้ แต่ว่าค่าธรรนเนียมในการจดทะเบียนจะต่างกันออกไป สำหรับรูปแบบนิติบุคคลก็มีหลายแบบต่างกันออกไปอีกแต่ถ้าเป็นแบบเดียวกับ บริษัท จำกัด  ที่โน่นก็จะเรียกว่า Pte Ltd ตารางสำหรับบริษัทรูปแบบต่างๆ สำหรับการขอจดทะเบียนบริษัท ที่สิงคโปร์จะทำ online ผ่านเว็บไซต์ http://www.bizfile.gov.sg/ ทั้งหมด และเสร็จสิ้นภายในเวลาสองวัน สำหรับตอนที่ผมจดทะเบียนบริษัท ผมจดเป็น Pte Ltd ซึ่งเอกสารที่ใช้จะประมาณนี้ครับ
    1. บัตรประชาชน หรือ Passport ของผู้ถือหุ้นทุกคน
    2. เอกสาร M & AA (MEMORANDUM AND ARTICLES OF ASSOCIATION) ที่มีลายเซ็นของกรรมการบริษัทคนละแผ่นคน อันนี้สามารถ Download ได้จากหน้าเว็บของ Bizfile
    ขั้นตอนตามที่หน้าเว็บแจ้งไว้คือ เราก็เข้าไปจองขื่อ แล้ววันรุ่งขึ้นถ้าชื่อไม่มีปัญหา เราก็สามารถจดทะเบียนได้เลย แต่ของผมทำไม่ได้ซึ่งทาง Agent แจ้งว่า ถ้ามีชาวต่างชาติถือหุ้นต้องทำผ่าน Agent เท่านั้น ก็เลยให้ Agent จัดการซึ่งหลังจากส่งเอกสาร(ตัวจริง)ครบทั้งหมดก็ใช้เวาแค่ ครึ่งวันบริษัทก็ live ทันที สำหรับทุนจดทะเบียนเบื้องต้น Agent จะจดให้เราได้แค่ 100 เหรียญ ซึ่งเราต้องไปปรับเพิ่มทีหลังเอง สำหรับค่าบริการก็อยู่ที่ S$500 โดยประมาณครับ

    โดยหลังจากที่จดทะเบียนเสร็จแล้ว Agent จะส่งสิ่งที่เรีกว่า ACRA Bizfile มาให้เป็นไฟล์ ซึ่งมีคุณสมบัติเท่ากับเอกสารจดทะเบียนบริษัท (ผมแนะนำว่าอย่าทำหายนะครับ เพราะ ถ้าไปปรินท์จากเว็บมาใหม่เหมือนจะมีค่าใช้จ่ายนิดหน่อย) แล้วอีกซักสองสามวัน Agent จะส่ง Hardcopy ของเอกสารที่เหลือมาให้ที่ออฟฟิสรวมถึง M& AA ด้วย

    Company secretary

    อันนี้จะเพิ่มเป็นพิเศษมาสำหรับ Pte Ltd คือ ภายในหกเดือน บริษัทจะต้องมี Company secretary เพื่อเอาไว้จัดการเอกสารต่างๆหรือ update ข้อมูลต่างๆของบริษัทเนื่องจากบางอย่างเราจะไม่สามารถทำเองได้ ซึ่งกฏหมายของเค้ากำหนดไว้ชัดเจนครับ โดยค่า Fee ของแต่ละทีก็จะต่างกันไป ส่วนของผมได้มา S$600 ซึ่งถ้าให้ผมแนะนำก็ใช้บริษัทที่ เป็น Agent จดทะเบียนให้เราแหละครับง่ายที่สุด

    เปิดบัญชีบริษัท

    สำหรับธนาคารที่จะใช้ มีเยอะแยะมากมายครับ UOB, OCBC, DBS จริงแล้วแต่ชอบเลย แต่ว่าถ้าไปถาม Tech Startup เค้าก็จะแนะนำ OCBC กันเพราะเค้าว่ากันว่าเหมาะกับพวก Startup แต่ยังไม่ได้ทำอะไรด้วยมากเลยยังไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า บวกกับตอนที่จดทะเบียนบริษัท OCBC ก็ ส่งจดหมายมาให้ที่ออฟฟิสเหมือนกัน ซึ่งไม่รู้ธนาคารไปรู้มาได้ยังไง สุดท้ายก็ตกลงปลงใจว่า จะใช้ OCBC แต่มี condition นิดนึงตรง บริษัทต้องเปิดมาไม่เกินหกเดือนนะครับ

    สำหรับวิธีการ เปิดบัญชีเราไม่จำเป็นจะต้องไปที่ธนาคารนะครับ เราสามารถเรียกเค้ามาที่ออฟฟิสเพื่อเปิดบัญชีได้ แต่ถ้าไม่สะดวกก็ไปที่ธนาคารก็ได้ครับ แต่ไม่ใช่ว่าจะไปเปิดได้ที่ OCBC ทุกสาขานะครับ จะมีบางสาขาเท่านั้นที่จะเปิดบัญชีของบริษัทได้โดยดูได้จากที่ http://www.ocbc.com.sg/business-banking/ บัญชีธุรกิจที่ดีที่สุดคือ Entrepreneur account เพราะเงินฝากขั้นต่ำไม่เยอะ เอกสารที่จะต้องเตรียมไปก็มีแค่ ACRA Bizfile, Passport บัตรประชาชน แล้วก็เงินสำหรับ เปิดบัญชี S$3,000 โดยที่สำคัญคือ กรรมการผู้มีอำนาจต้องไปเปิดด้วยตัวเองเท่านั้น (ด้วย condition นี้เลยทำให้ผม บินเช้าเย็นกลับเพื่อเปิดบัญชีมาแล้ว)

    ตอนเข้าไปเปิดบัญชีจะมีคนมาดูแลอย่างดีไม่ต้องรอคิว แต่ถ้าคุณเข้าไปแก้ไขอะไรซักอย่างคุณจะต้องรอคิวเกินครึ่งชั้วโมง เพราะคนเยอะมากๆ เพราะฉะนั้นทำให้เสร็จตั้งแต่วันแรกไปเลย สำหรับสมุดเช็ค บัตร ATM หรือ Token ในการเปิด Online banking จะตามมาหาคุณภายในเวลาอีกเกือบๆสองอาทิตย์ สำหรับ Online Banking สำคัญมากๆนะครับเพราะที่นั่นเค้าจะไม่ค่อยไปที่สาขากันเพราะฉะนั้นเราจะต้องทำแทบทุกอย่างบน online ครับ

    ป.ล. สิ่งที่หน้าแตกของผมคือ ผมถามหา Bookbank ซึ่งที่นั่นเค้าไม่ใช่กันนะครับ ไม่ต้องไปถามหากันนะครับ

    ทุนจดทะเบียน

    ทุนจดทะเบียนเริ่มต้นได้ตั้งแต่ S$1 ครับ ซึ่งน้อยมากๆ สำหรับผมที่บริษัทต้องเซ็นสัญญาอะไรบางอย่างแล้วเค้ากำหนดว่าต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ตำ่กว่า S$1,000 ผมก็เลยติดต่อไปที่ Agent ว่า ช่วยเพิ่มให้หน่อย คำตอบที่ได้มาก็คือ “เอาเงินฝากบัญชีตามจำนวนที่จะเพิ่มแล้วปรินท์ statement มา” !!!! คือ ตอนนั้นถึงกับงงเพราะว่า ที่ไทยเนี่ยเราไม่จำเป็นต้องมีเงินสดเท่าปริมาณนั้นก็ได้เราสามารถใช้ Book value เพิ่มทุนจดทะเบียนได้ แต่ที่โน่นไม่ได้ครับ ทำยังไงก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้นแล้ว จะจดเท่าไหร่ ก็เอาเงินสดใส่ธนาคารไปเท่านั้นครับ ส่วนจะถอนออกมาได้มั้ย ก็ได้ครับ แต่ทางบัญชีจะต้องลงว่า กรรมการ/ผู้ถือหุ้น กู้เงินบริษัทมาใช้นะครับ

    สรุปค่าใช้จ่าย

    ค่าจดทะเบียนบริษัท S$500
    ค่า Company secretary S$600
    เงินฝากขั้นต่ำสำหรับเปิดบัญชี S$3000
    ก็ใช้เงินประมาณ S$4000++ หรือ ประมาณ 100,000 บาท ครับ

    อันนี้ผมเล่าจากประสบการณ์นะครับ เพราะฉะนั้น คนอื่นอาจจะต่างกันออกไปบ้างยังไงก็มาเล่าให้ฟังกันด้วยนะครับ ขั้นตอนทั้งหมดก็มีแค่นี้แหละครับไม่มีอะไรยุ่งยากไปกว่านี้ สำหรับการจ้างงานในประเทศสิงคโปร์ซึ่งวุ่นวายกว่านี้หลายร้อยเท่านั้น ผมจะมาเล่าให้ฟังอีกครั้งนะครับวันนี้เอาแค่นี้ไปก่อน

     
  15. อันนี้ฮา 🚬😂